เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นหนังบู๊ แฟนตาซี จึงส่งผลทำให้หนังเรื่อง ดูหนัง Insidious กลายเป็นหนังเรื่องเด่นที่หลาย ๆ คนจับตาจ้องมองว่าจะดีเลิศขนาดไหน แฟนตาซีแบบอลังการหรือไม่ และเมื่อหนังได้เข้าสู่โรงภาพยนตร์ ก็นับได้ว่าไม่ได้ทำให้แฟน ๆ คอหนังต้องผิดหวังเลยสักนิด เพราะกระแสการติดตามท่วมท้น แถมยังคงได้รับการันตีว่าเป็นหนังดีและสนุกมาก และด้วยเหตุนี้เอง moviethai จึงได้นำ ดูหนัง Insidious เข้ามาไว้ที่เว็บไซต์ด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อตอบสนองให้กับคนที่ต้องการรับชมอีกครั้ง หรือ คนที่ยังไม่ได้โอกาสได้รับชม ได้เข้ามา ดูหนัง เรื่องนี้กันได้อย่างเต็มอิ่มโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ดูในรูปแบบ ดูหนังออนไลน์ กันที่บ้านพักอาศัยและทุก ๆ ที่ ที่คุณต้องการอยากจะรับชม ติดตาม ดูหนัง The Conjuring | ดูหนัง James Bond 007 | ดูหนัง The Matrix | ดูหนัง Toy Story ได้โดยตรงนั่นเอง สำหรับท่านใดที่ยังคงไม่รู้จักเว็บ ดูหนังออนไลน์ อย่าง moviethai วันนี้ทุกท่านสามารถค้นหาเว็บไซต์ เข้าไปรับชม ดูหนังครอบครัว Family | ดูหนังคาวบอยตะวันตก Western | ดูหนังชีวประวัติ Biography | ดูหนังดนตรี Musical กันได้ทุกเรื่อง

Insidious หนังผีตามติด

หากคุณเป็นคอหนังสยองขวัญ ไม่มีทางที่คุณจะไม่รู้จักหนังเรื่อง Insidious หรือใช้ชื่อในภาษาไทยว่า วิญญาณตามติด อย่างแน่นอน เพราะเป็นอีกหนังสยองขวัญน้ำดี ที่เดินทางมายาวนานถึง 4 ภาค ด้วยกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม ซึ่งทำรายได้ทั่วโลกไปได้หลายร้อยล้านเหรียญ แถมยังไม่ได้รางวัลการันตีหนังสยองขวัญแห่งปีหลายรางวัลด้วยกัน อาทิเช่น Best Horror Film , Best Supporting Actress และล่าสุดกับ Insidious The Last Key  ที่ทำร้ายได้มากถึง 100 ล้านเหรียญเลยทีเดียว เราจึงได้เรียบเรียงการเดินทางของ Insidious ตั้งแต่ภาคแรกถึงภาคล่าสุด เพื่อเป็นแนวทางในการเริ่มต้นดู Insidious และทำความเข้าใจนัยยะในหนังที่แฝงมาในภาพยนตร์ได้มากยิ่งขึ้น

เรื่องย่อ Insidious วิญญาณตามติด

เริ่มต้นมาด้วยเรื่องราวของครอบครัวแลมเบิร์ต นำโดย “จอร์ช แลมเบิร์ต” (รับบทโดย แพทริค วิลสัน) และภรรยาของเขา “เรไน แลมเบิร์ต” (รับบทโดย โรส เบิร์น) ซึ่งทั้งคู่มีลูกที่น่ารักด้วยกันสามคน ดูเหมือนว่าเรื่องราวแสนเลวร้ายจะเกิดขึ้นกับลูกชายคนโตของพวกเขาอย่าง “ดอลตัล แลมเบิร์ต” (รับบทโดย ไท ซิมพ์กินส์) เด็กชายที่มีพลังวิเศษในการถอดจิตได้ แต่ด้วยความเป็นเด็ก เขาเข้าใจว่าสิ่งได้พบเจอเป็นเพียงความฝัน ดอลตัลไม่รู้เลยว่าการถอดจิตในยามค่ำคืนของเขาจะเป็นประตูนำทางของวิญญาณและปีศาจให้เดินทางมายังโลกมนุษย์ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อดอลตัลกลายเป็นเจ้าชายนิทราโดยไม่ทราบสาเหตุ อีกทั้งครอบครัวแลมเบิร์ตยังต้องเจอกับเรื่องราวแปลกประหลาดมากมาย เช่น เสียงกระซิบ สิ่งของเคลื่อนย้ายเอง แม้กระทั่งลูกชายที่เป็นเจ้าชายนิทราลุกขึ้นมาในยามค่ำคืน พวกเขาจึงได้รับความช่วยเหลือจาก “เอลิซ เลนเนียร์” (รับบทโดย ลิน เชย์) ผู้เชี่ยวชาญด้านปรจิตวิทยา ที่สามารถเชื่อมต่อกับปรโลกได้ พวกเขาจึงได้รู้ว่าดอลตัลหลุดเข้าไปในปรโลกเพราะการถอดจิตของเขาทำให้เขาหลงทางไปไกลเรื่อย ๆ และเปิดเผยความจริงอีกว่าดอลตัลได้รับความสามารถในการถอดจิตมาจากพ่อของเขาอย่างจอร์ชที่โดนปิดญาณวิเศษไปตั้งแต่เด็กโดยเอลิซเอง ในการต่อสู้ครั้งนี้จอร์ชต้องนำความสามารถของตนเองกลับมาอีกครั้ง เพื่อเข้าไปช่วยเหลือลูกชายในปรโลกและต่อสู้กับวิญญาณที่คุกคามครอบครัวของเขาให้ได้

ความรู้สึกหลังดู : เป็นการเปิดตัวที่น่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับ Insidious ภาคแรก โดยปมหลัก ๆ ของเรื่องนั้นเกิดจากการมีความสามารถพิเศษของดอลตัล ซึ่งรับบทโดย ไท ซิมพ์กินส์ ทำให้ครอบครัวแลมเบิร์ตต้องเผชิญกลับเรื่องราวสยองขวัญมากมาย ในการดำเนินเนื้อเรื่องนั้นค่อนข้างน่าตื่นเต้น ไม่น่าเบื่อ เพราะเป็นการเปิดตัวของวิญญาณหลาย ๆ ดวง ที่จะไปเกี่ยวข้องกับภาคอื่น ๆ อาทิเช่น ผีเจ้าสาวชุดดำ , ปีศาจหน้าแดง เป็นต้น ในส่วนของฉากปรากฏตัวของวิญญาณอาจจะไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่นัก แต่ก็มีบางจังหวะที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน แต่โดยรวมผีในภาคนี้จะเป็นตัวเป็นตนและมีเอกลักษณ์เฉพาะมาก ๆ เหมือนผู้กำกับอย่าง “เจมส์ วาน” ต้องการให้คนจำภาพของผีแต่ละตัวเพื่อโยงไปภาคอื่น ๆ ในส่วนของนักแสดงนำนั้นมีความน่าประทับใจทั้งตัว แพทริค วิลสัน ในบทจอร์ช และ โรส เบิร์น ในบท เรไน โดยเฉพาะการแสดงของ ลิน เชย์ ในบทบาทของเอลิซ ที่ต้องรับบทหนักในเรื่องนี้ ซึ่งตัวละครเอลิซจะมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ในการดำเนินเรื่องภาคต่อ ๆ ไป ต้องบอกเลยว่าหลังจากที่ดูจบ ผู้ชมจะต้องอยากให้ภาคต่อไปออกฉายให้เร็วที่สุดแน่นอน  แต่บทบาทของลูก ๆ ในครอบครัวแลมเบิร์ตเหมือนจะเน้นไปที่ลูกชายคนโตเพียงคนเดียว แต่ลูกอีกสองเหมือนแค่เข้ามาเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้เท่านั้น โดยรวมแล้วถือว่าเป็นที่น่าพอใจสำหรับ Insidious ภาคแรก แม้ทุนการสร้างจะไม่สูงเท่าไหร่นัก แต่กระแสตอบรับนั้นกลับสูงกว่าที่คิด โดยภาพยนตร์สามารถทำรายได้ถึง 97 ล้านเหรียญเลยทีเดียว อีกทั้งยังได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น Best Horror Film , Best Supporting Actress เป็นต้น โดยเราแนะนำว่าหากคุณยังไม่เคยได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้เลย คุณควรไปรับชมภาคแรกก่อนแล้วค่อยอ่านรีวิวภาคต่อ ๆ ไป จะช่วยสร้างความตื่นเต้นในการรับชมภาพยนตร์ได้เยอะทีเดียว

เรื่องย่อ Insidious 2 วิญญาณยังตามติด

หลังจากการเสียชีวิตของ “เอลิซ เลนเนียร์” (รับบทโดย ลิน เชย์) ด้วยน้ำมือของผีเจ้าสาวชุดดำในร่างของ “จอร์ช แลมเบิร์ต” (รับบทโดย แพทริค วิลสัน) ครอบครัวแลมเบิร์ตยังคงใช้ชีวิตภายใต้ความสงสัยในตัวพ่อของพวกเขา เพราะจอร์ชมีท่าทีแปลกไปจากเดิมหลายอย่าง เช่น พูดคนเดียว ซูบผอม แววตาที่เปลี่ยนไป ซึ่งจอร์ชตัวจริงนั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ในปรโลก ครอบครัวแลมเบิร์ตจึงต้องขอความช่วยเหลืออีกครั้ง ทำให้เขาได้พบกับจุดกำเนิดของผีเจ้าสาวชุดดำอย่าง “ปาร์คเกอร์ แครน” (ทอม ฟิทซ์แพทริค) หญิงสาวในร่างชายผู้อาศัยอยู่กับแม่จิตวิปริต เอลิซได้พบกับจอร์ชในปรโลก เขาทั้งคู่จึงต้องหาทางช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังถูกตามล่าโดยผีเจ้าสาวชุดดำในร่างจอร์ช โดยการเดินทางเพื่อย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องราวตั้งแต่ต้น ความรู้สึกหลังดู : สำหรับภาค 2 เหมือนเป็นการเฉลยปมเรื่องราวในอดีตให้เห็นถึงที่มา ที่ไป ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราวการมีความสามารถพิเศษของจอร์ช และจุดกำเนิดของวิญญาณผีเจ้าสาวชุดดำที่กลายมาเป็นศัตรูตัวหลักในเรื่องนี้ โดยในภาคนี้จะมีจุดเด่นในเรื่องของผีเจ้าสาวชุดทำที่เป็นผู้ชายแต่แต่งตัวเป็นผู้หญิง ทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามากยิ่งขึ้น สร้างความแปลกใหม่ในวงการหนังสยองขวัญได้ไม่น้อย เพราะยังคงไม่มีผีของเพศที่สามปรากฏให้เห็นมากนัก อีกทั้งยังนำเสนอเรื่องราวของครอบครัวได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย ในส่วนของนักแสดงนั้น ก็ยังคงเป็นนักแสดงที่มากภาคแรกเกือบทั้งหมด ซึ่งอาจจะมีนักแสดงนำใหม่แค่ไม่กี่คน อาทิเช่น แดเนียล บิซัดดี้ ในบทบาทของ มิเชล แครน ที่สามารถเล่นบทหญิงวิกลจริตได้น่ากลัวสุด ๆ ทั้งในรูปแบบของคนและวิญญาณที่จะมีความโรคจิตสูงมาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่ากลัว ส่วนบทของ ปาร์คเกอร์ แครนนั้น ก็ได้นักแสดงมากความสามารถอย่าง ทอม ฟิทซ์แพทริค มาสวมบทบาทผีเจ้าสาวชุดดำ โดยจะทำให้ผู้ชมลืมภาพของทอมในชีวิตจริงไปแทบหมด

เรื่องย่อ Insidious 3 วิญญาณยังคงตามติด

เรื่องราวของ “เอลิซ เลนเนียร์” (รับบทโดย ลิน เชย์) ได้สูญเสียสามีของเธอไปจากการฆ่าตัวตายที่ไม่ทราบสาเหตุ ด้วยความสามารถด้านปรจิตวิทยาของเธอ ทำให้เอลิซยังคงพยายามตามหาวิญญาณของสามีในปรโลกเสมอ แต่สิ่งที่เธอทำเป็นการเปิดทางให้ผีเจ้าสาวชุดดำเดินทางตามเธอมายังโลกมนุษย์เพื่อหวังจะฆ่าเธอ ทำให้เอลิซล้มเลิกการใช้พลังเพื่อเข้าสู่ปรโลกทันที หลังจากนั้นไม่นาน “ควินซ์ แบนเนอร์” (รับบทโดย สเตฟานี่ สก็อตต์) หญิงสาวเคระห์ร้ายที่พยายามติดต่อกับแม่ในปรโลก ถูกปีศาจในโลกนั้นหวังเอาชีวิต พ่อของเธอจึงขอร้องให้เอลิซช่วยลูกสาวของตน ทำให้เอลิซต้องใช้ความสามารถของเธอในการช่วยเหลือคนอีกครั้ง ความรู้สึกหลังดู : สำหรับภาค 3 นั้น เหมือนจะเป็นเรื่องราวก่อนที่เอลิซจะมาพบกับครอบครัวแลมเบิร์ต  ซึ่งเรื่องราวจะนำเสนอจุดเปลี่ยนในการกลับมาช่วยคนอีกครั้ของเอลิซ ผ่านเรื่องราวของควินซ์ ซึ่งผีในเรื่องนี้จะออกเป็นแนวปีศาจมากกว่า โดยจะเล่าเรื่องราวในปรโลกอย่าละเอียด ทำให้ผู้ชมรับรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในปรโลกและการใช้ชีวิตในปรโลก สำหรับนักแสดงในภาคนี้จะไม่ใช่นักแสดงที่ผู้ชมคุ้นหน้าคุ้นตาสักเท่าไหร่นัก แต่ลิน เชย์ ก็ยังคงเป็นนักแสดงนำในบทบาทของเอลิซ ร่วมกับนักแสดงสาววัยรุ่นอย่าง สเตฟานี่ สก็อตต์ ในบทบาทของ ควินซ์ แบนเนอร์ ที่สามารถแสดงได้ถึงอารมณ์แม้จะเป็นบทที่ค่อนข้างยากก็ตาม

เรื่องย่อInsidious 4 กุญแจดอกสุดท้าย

เรื่องราวของ “เอลิซ เลนเนียร์” วัยเด็ก (รับบทโดย ลิน เชย์) ในวัยเด็ก ซึ่งเธอเป็นเด็กสาวที่มีความสามารถให้การติดต่อกับวิญญาณมาตั้งแต่จำความได้ สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจแก่พ่อของเธอเป็นอย่างมาก ทำให้เอลิซ ต้องถูกลงโทษโดยการขังเดี่ยวในห้องใต้ดินที่มืดสนิท แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเอลิซ ได้เปิดประตูระหว่างปรโลกและโลกมนุษย์ ทำให้คีย์เฟซ สามารถเข้ามาในโลกได้อย่างง่ายดาย เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเอลิซต้องกลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่เธอได้ทำลงไป เรื่องราวสุดสยองขวัญจึงได้เริ่มต้นขึ้น ความรู้สึกหลังดู : สำหรับในภาคนี้จะเน้นไปที่เรื่องราวของเอลิซทั้งหมด และยังมีเหตุการณ์ของภาค 1 – 3 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่เราจะเห็นบทบาทของเอลิซในมุมที่แตกต่างไปกว่าเดิม ซึ่งในภาคก่อน ๆ เอลิซจะอยู่ในบทบาทของผู้เชี่ยวชาญด้านปรจิตวิทยาที่เก่งกาจ แต่ในภาคนี้เราจะเห็นมุมที่ไร้เหตุผลของเอลิซ และการเติบโตที่แข็งแกร่งของเธอในการมาเป็นเอลิซในปัจจุบัน โดยส่วนตัวสำหรับภาคนี้อาจจะมีความน่าเบื่อสำหรับคอหนังสยองขวัญ เพราะคีย์เฟซก็มาในรูปแบบของปีศาจที่จับทางได้ง่ายเหมือนภาคก่อน ๆ ในเรื่องของนักแสดง ก็ยังคงเป็น ลิน เชย์ ในบทของเอลิซ แต่ก็จะมีนักแสดงที่เข้ามารับบทบาทของเอลิซในวัยต่าง ๆ โดยเอลิซในวัยเด็กรับบทโดย ฮานะ เฮยส์ ซึ่งในการทาบทามนักแสดงถือว่าโอเค เพราะลักษณะใบหน้าและการแสดง ค่อนข้างทำให้ผู้ชมเชื่อได้ว่าเหมือนเป็นการนำเอาลิน เชย์ วัยเด็กมาแสดง

สุดท้ายนี้ ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดจากผู้สร้างว่าInsidious The Last Key จะเป็นภาคสุดท้ายในจักรวาล Insidiousโดยมีข่าวแว่วออกมาว่าจะมีการสร้างภาค 5 ในปี 2020 นี้ ซึ่งผู้ชมก็คงจะเดาไม่ออกเลยว่าเนื้อเรื่องจะออกมาในรูปแบบไหน เพราะเหมือนภาคล่าสุดก็จะเป็นบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว แน่นอนว่าแม้ว่าจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่Insidious ก็ยังเป็นชื่อหนังสยองขวัญอันดับต้น ๆ ที่นักรีวิวหนังหลาย ๆ ท่านให้การแนะนำตลอดมา ซึ่งในส่วนของภาคต่อไปนั้นจะมีจริงหรือไม่ คงต้องรอติดตามกันต่อไป